ในยุคปัจจุบันใครๆก็อยากที่จะมีธุรกิจส่วนตัวหรือไม่ก็อยากจะเป็นฟรีแลนซ์เพิ่มขึ้นมากมาย หลายๆคนคงจะทำงานที่บ้านและยังมีอีกหลายคนที่ออกไปนั่งทำงานที่ร้านกาแฟ การทำงานที่บ้านหรือร้านกาแฟนั่นจะทำให้เราสามารถยืดหยุ่นเวลาต่างๆได้ด้วยตัวเองและละทิ้งความเบื่อหน่ายจากการเดินทางไปทำงานในทุกวันที่ต้องเจอกับสภาพอากาศที่แย่ในบางวันและปัญหารถติดที่ต้องเจอเกือบทุกวัน

คนที่ทำงานจากที่บ้านส่วนใหญ่จะว่าบอกมันดีมากเพราะเราสามารถจัดเวลาการทำงานเองได้แล้วก็มีความท้าทายต่างๆเข้ามาอยู่ตลอด แต่มันก็เป็นเรื่องที่ยากหรับใครหลายๆคนที่จะต้องบังคับให้ตัวเองตื่นมาทำงานตามเวลาที่ตั้งเอาไว้เพราะว่าไม่มีใครจะมาบังคับรือตัดเงินเดือนเราแล้ว มีแต่ตัวเราเท่านั้นที่จะต้องบังคับตัวเองให้ได้

เกลิ่นมาพอสมควรถึงเวลาเข้าเรื่องกันได้แล้ว วันนี้ทีมงาน Grappik จะพามารู้จักกับ 6 วิธีปรับการทำงานที่บ้านให้มีประสิทธิภาพ รับรองว่าถ้าได้นำ 6 วิธีเหล่านี้ไปใช้แล้วประสิทธิภาพในการทำงานที่บ้านของทุกคนต้องดีขึ้นแน่นอนครับ

1. กำหนดเวลาทำงานให้ชัดเจน

การทำงานที่บ้านนั้นควรที่จะต้องกำหนดชั่วโมงการทำงานให้ชัดเจนเสียก่อน เช่น ทำงานวันละ 8 ชั่วโมง เวลา 10.00 – 18.00 น. เพื่อให้เป็นกิจวัตที่คุ้นเคย ไม่ใช่ว่าจะทำงานเวลาไหนก็ได้หรืออยากจะทำก็ทำไม่อยากทำก็หยุด แบบนี้จะเป็นนิสัยทำให้การทำงานของเราไม่มีประสิทธิภาพ อย่าลืมว่าเราไม่ได้ทำงานคนเดียวยังมีลูกค้าและคนอีกหลายคนที่ทำงานกับเป็นระบบเราก็ควรจะเป็นระบบในกรอบของการทำงานที่บ้านด้วน

numbers-time-watch-white

2. จัดลำดับงานให้เหมาะสม

ทุกคนเวลาตื่นนอนหรือในช่วงเวลาเช้าคงยังไม่ฟื้นตัวกัน การเริ่มทำงานหนักๆเลยคงไม่เหมาะเราควรที่จะเริ่มทำงานที่เบาๆก่อน เช่น เช็คเมลล์หรือตรวจทานงานเก่าที่ได้ส่งไปแล้ว ถ้าร่างกายเรามีพลังพอที่จะลุยงานหนักแล้วค่อยจัดเต็มจัดหนักเลย ที่สำคัญถ้าเริ่มทำงานแล้วปิดประตูห้องทำงานปิด Facebook แล้วลุยไปเลย อย่าให้สิ่งเหล่านี้มากวนใจเพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ

person-apple-laptop-notebook

3. ทำตัวเองและสิ่งรอบข้างให้สะอาดเสมอ

มีหลายคนที่ตื่นมาทำงานทั้งที่น้ำไม่อาบฟันไม่แปรง แบบนี้เป็นสิ่งที่ไม่ดีนะ เราควรจะทำให้ร่างกายสดชื่นก่อนเริ่มงานทุกครั้ง เพื่อที่จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลายคนอาจจะไม่เชื่อแต่มันมีผลทางจิตวิทยา รวมถึงสิ่งแวดล้อมโดยรอบโต๊ะทำงานก็ควรทำให้ดูสะอาดไม่รก สิ่งเหล่านี้จะทำให้คุณทำงานได้ราบรื่นตลอดวัน

woman-girl-young-beauty

4. กำหนดขอบเขตพื้นที่การทำงาน

พื้นที่การทำงานก็ต้องเป็นพื้นที่ทำงาน เราควรจัดสรรให้เหมาะสม เพราะตอนนี้เราทำงานอยู่ในบ้าน พื้นที่กินข้าว พื้นที่นั่งเล่น ทั้งหมดควรจัดให้อยู่อย่างเป็นระบบ ไม่ควรมานั่งกินข้าวหน้าโต๊ะทำงาน เพราะจะทำให้ การทำงาน และ การกินข้าว ช้าลงไปทั้งคู่ การตกแต่งพื้นที่การทำงานนั้นก็สำคัญควรอะไรมาตกแต่งให้ดูมีชิวิตชีวาดูแล้วน่าทำงานมากขึ้นและที่สำคัญทำความสะอาดทุกพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ

startup-photos

5. พักเบรคบ้าง

กำหนดเวลาพักเบรคในช่วงระหว่างการทำงานบ้าง เดินออกไปยืดเส้นยืดสายหรือเดินไปซื้อขนมกิน และแน่นอนว่าการทำงานที่บ้านนั้นสังคมเราอาจจะเล็กลงกว่าเก่าถ้าเวลาเหลือมากพอแนะนำให้ออกไปกินข้าวกับคนที่ทำงานคล้ายๆเราหรือเพื่อนเก่าที่ทำงานมาด้วยกันเพื่อที่จะได้เพิ่มเติมสังคมที่ขาดหายไปได้กลับมา ทำงานคนเดียวบางทีมันก็เหงานะครับ ที่สำคัญอย่าลืมหาเวลาไปออกกำลังกายบ้างเวลาการทำงานของเราพอที่จะยืดหยุ่นได้ถ้าเวลาเหลือและงานน้อยก็ออกกำลังกายเถอะครัอเพื่อสุขภาพของเรา

pexels-photo

6. ตัดสิ่งรบกวนออกไป

ทำงานที่บ้านสิ่งรบกวนเยอะมากถึงมากที่สุด เพราะเราไม่สามารถสั่งสิ่งรอบๆตัวหรือคนภายในบ้านให้เงียบเหมือนเป่าสากได้ ทางที่ดีที่สุดคือควรตัดความสนใจจากสิ่งเหล่านั้นให้หมดแล้วก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไป เป็นไปได้ควรจะทำในห้องหรือพื้นที่ส่วนตัวจะได้ตัดสิ่งรบกวนออกไปให้ได้มากที่สุด และยังมีอีกอย่างที่คอยรบกวนเรานั่นก็คือสื่อ Social Media ต่างๆปิดสิ่งเหล่านั้นแล้วลุยทำงานต่อเสร็จงานแล้วค่อยเล่นดีกว่าครับ

pexels-photo (1)

หวังว่าเรื่องที่ได้อ่านกันคงจะสร้างประโยชน์ให้กับคนที่มีธุรกิจเป็นของตัวเองหรือเป็นฟรีแลนซ์ได้ไม่มากก็น้อยนะครับ ลองนำไปปรับใช้เชื่อว่าจะทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างแน่นอน

Credit : www.entrepreneur.com