วิเคราะห์/เปรียบเทียบ 5 โปรแกรมออกแบบ UX UI ที่นักออกแบบนิยมใช้

โปรแกรมออกแบบ UX UI เริ่มมีบทบาทสำคัญเมื่อโลกเข้าสู่ยุค Digital แบบเต็มตัว Application และ Website เป็นสิ่งที่ผู้คนทุกเพศทุกวัยใช้กันทุกวินาที แต่ Digital Product แต่ละตัวจะคลอดออกมาให้เราได้ใช้งาน ก็ได้ผ่านการคิดวิเคราะห์และสร้างสรรค์มาหลายขั้นตอน

ในบทความนี้เราจะมีพูดถึงขั้นตอนการออกแบบ โดยนักออกแบบมากกว่า 90% จากทั่วโลกจะต้องใช้ โปรแกรมออกแบบ UX UI อย่าง Adobe XD และ Sketch App ที่เราจะมาวิเคราะห์ข้อดีและข้อเสียในบทความนี้อย่างแน่นอน

Digital Product มากกว่า 90% ถูกสร้างด้วย โปรแกรมออกแบบ UX UI ในบทความนี้

เครื่องมือการออกแบบ UX UI ไม่ได้มีแค่ 2 โปรแกรมที่ล่าวมาเท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายตัวที่นักออกแบบทั่วโลกนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย วันนี้เรา เลยใช้โอกาสตรงนี้วิเคราะห์ข้อดีและข้อเสียให้เพื่อนๆได้ศึกษาไปพร้อมกัน

โปรแกรมออกแบบ UX UI ทั้ง 5 ตัว ทางผู้เขียนได้ทดลองใช้งานจริงมาทั้งหมด จึงได้มาเขียนสรุปให้ทุกท่านได้ตัดสินใจเลือกใช้งาน


Sketch App

ราคาประมาณ 3,300 บาท/ปี (99 USD) ต่ออายุปีถัดไปประมาณ 1,600 บาท
– ทดลองใช้ฟรี 30 วัน
– ใช้ได้เฉพาะบน Mac
– ในกรณีไม่ต่ออายุสามารถใช้โปรแกรมได้แต่โปรแกรมจะไม่ถูกอัพเดท

Sketch เป็นโปรแกรมออกแบบ UX UI ที่นักออกแบบทั่วโลกรวมถึงไทยนิยมใช้กันมาก โดยโปรแกรมเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2012 และได้มีการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆออกมาเพื่อรองรับกับความต้องการของนักออกแบบและความก้าวหน้าของเทคโนโลยีอยู่ตลอดเวลา

Sketch App โปรแกรมออกแบบ UX UI ที่นิยมใช้กันทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย

Sketch เป็นโปรแกรมที่มีหน้าตาในส่วนของการใช้งานไม่ซับซ้อน โดย Tools จะไม่เยอะเหมือนโปรแกรมออกแบบที่เราคุ้นเคย แต่จะมีเฉพาะ Tools ที่สำคัญในการออกแบบ UX UI เท่านั้น เช่น การสร้างรูปทรง การสร้างตัวอักษร การเติมสี การใส่ Effect ต่างๆ

อีกความสามารถคือการสร้าง Page และ Artboard ได้อย่างไม่จำกัด ในส่วนของความเร็วในการใช้งานถือว่าเร็วมาก ไม่มีหน่วงหรือช้าแม้จะทำงานไปเกือบ 100 Artboards การกินทรัพยากรของเครื่องก็น้อยเป็นโปรแกรมออกแบบ UX UI ที่อยากแนะนำให้ใช้งานเลย

หน้าจอสำหรับการออกแบบ ​UX UI ของ Sketch

Sketch จะเด่นเรื่องการจัดการไฟล์และ UI เพราะมี Library การจัดเก็บ Design System ที่ใช้งานง่าย ตัวโปรแกรมจะมีการฝัง Default UI ของ Devices ประเภทต่างมาให้เช่น iOS, Android, Material Design และอื่นๆ สามารถจับมาออกแบบได้ทันที

หน้าโปรแกรมออกแบบ UX UI อย่าง Sketch

ถ้าหาก Default UI ที่มีมาให้ในโปรแกรมไม่เพียงพอ ก็สามารถเข้าไปดาวน์โหลด UI หรือ ไฟล์ Template ต่างๆของ Sketch ได้ที่เว็บไซต์ Sketchappsources

Sketchappsources เว็บแจก Template สำหรับใช้งานใน โปรแกรมออกแบบ UX

Adobe XD

ราคา 700 บาท/เดือน
– ทดลองใช้ฟรีไม่จำกัดแบบมี เงื่อนไข
– ใช้ได้ Window และ Mac

หลังจากปล่อยให้ Sketch App แย่งงานลูกค้าไปนาน Adobe จึงได้ทำการพัฒนาโปรแกรมออกมาสู้บ้าง ซึ่งก็คือโปรแกรม Adobe XD หรือชื่อเต็มคือ Adobe Experience Design ซึ่งได้เปิดตัวแบบเวอร์ชั่นเต็มครั้งแรกในปี 2017

ถ้าคิดว่า Sketch ตัวโปรแกรมว่าเร็วแล้ว อยากจะให้ลองมาเล่น Adobe XD เพราะทาง Adobe เค้าเคลมว่าโปรแกรมของเค้านั้นจะเปิดกี่ 100 Artboards ความเร็วก็ยังไม่ตก แถมยังกินทรัพยากรเครื่องน้อยมากๆ โดยจากประสบการณ์จริงที่ได้ออกแบบงานมามากกว่า 30 โปรเจค คิดว่าสิ่งที่ทาง Adobe บอกก็ถูกประมาณ 70% อีก 30% ก็อยู่ที่จำนวนไฟล์ภาพที่นำมาใช้งานด้วย ยิ่งภาพใหญ่ก็ทำให้โปรแกรมช้าลง

ในส่วนของหน้าตาของโปรแกรมก็ค่อนข้างใช้งานง่าย มี Tools เท่าที่จำเป็นในการออกแบบคล้าย Sketch ในส่วนของการเก็บ Assets เพื่อทำ Design System ก็ใช้งานได้ง่าย และอีกจุดเด่นของโปรแกรมคือการ Share งานออกแบบให้กับลูกค้าดูได้อย่างรวดเร็ว

Plug-in เสริม Adobe XD นั้นก็จะคล้ายๆของ Sketch คือสามารถติดเพิ่มได้เหมือนกัน เช่น Zeplin และตัวอื่นๆในเครือ Adobe

ถ้าใครอยากเรียนรู้โปรแกรม Adobe XD เพิ่มเติม
เรามีบทความสอนการใช้โปรแกรมสามารถเข้าไปอ่านได้เลย


Figma

ราคา 400 บาท/เดือน
– ใช้ได้ Window และ Mac
– สามารถเปิดใช้งานบน Internet Browser ได้

Figma เป็นโปรแรกมออกแบบ UX UI ที่มาแรงมากในตอนนี้ เพราะด้วยความสามารถที่ดีไม่แพ้ Sketch และ Adobe XD จึงทำให้นักออกแบบหลายๆคนหันมาใช้งานกันมากขึ้น และด้วยความสามารถที่ใช้บน Internet Browser ต่างๆได้

Figma เป็นโปรแกรมที่สามารถให้นักออกแบบทำงานในไฟล์เดียวกันพร้อมกันได้ Collaboration Real Time เพียงแค่เปิดใช้งานอินเตอร์เน็ตเพื่อเชื่อมต่อกันเท่านั้น เรียกได้ว่านั่งช่วยกันออกแบบสนุกมือเลย หน้าตาการใช้งานก็คล้ายกับ Sketch เป็นอย่างมาก ถ้าใช้ Sketch ได้คล่องๆ แล้วลองมาเล่น Figma ก็เป็นเรื่องง่ายเลย แต่อาจจะติดเรื่อง Icon ที่ไม่ค่อยสื่อสารได้ดีเท่าไหร่อาจจะต้องใช้เวลาเรียนรู้อยู่บ้าง

Figma เป็นโปรแกรมที่จบครบในตัว ไม่ต้องใช้เครื่องมือเสริมอื่นๆเหมือน Sketch เช่น การทำ Prototype ต้องใช้ Invision หรือ เวลาส่งไฟล์งานให้นักพัฒนาจะใช้ Zeplin เป็นต้น

ในส่วนของความเร็วโปรแกรมอยู่ในระดับใกล้เคียง Sketch และ Adobe XD แต่ถ้าทำ Collaboration Real Time กับทีมหลายคน ความเร็วอาจจะมีตกเล็กน้อย ซึ่งถือว่าไม่เป็นผลกระทบมากนัก


inVision Studio

ราคา: ฟรี (อยู่ในช่วง Beta Version)

หลังจากเป็นแค่ Prototype Plug-in ใน Sketch อยู่นาน ตอนนี้ทาง inVision ก็ได้พัฒนาโปรแกรมออกแบบ UX UI ของตัวเองและทำการปล่อยตัวทดลองอย่าง inVision Studio ออกมาให้ทดลองเล่นกันแล้ว โดยจุดที่เรียกได้ว่าพร้อมขโมยฐานลูกค้าของ Sketch นั่นก็คือสามารถเปิดไฟล์จาก Sketch ได้เลยแบบไม่ต้องนำไปแปลงที่ไหน

ดูจากวีดีโอแนะนำโปรแกรมก็ต้องบอกเลยว่าดูน่าสนใจมาก และส่วนตัวชอบโปรแกรมที่มีสีโทนดำเทา ใครที่ชอบ Drak Mode และยังไม่อยากลงทุนกับโปรแกรมอื่น inVision Studio ถือว่าตอบโจทย์ที่สุด

โปรแกรมออกแบบ UX

เครื่องมือต่างๆถูกไว้ในจุดที่หยิบใช้งานได้ง่ายและมีการจัดวางที่ไปรกและซับซ้อน Tools มีครบเหมือนกับ Sketch และ Adobe XD แต่เรื่องความเร็วของโปรแกรมยังมีหน่วงอยู่บ้าง สามารถทำ Prototype จบได้ในตัว ในอนาคตน่าจะมีปล่อย Tools และ Features อื่นๆตามมาอีก โดยรวมถือเป็นอีกโปรแกรมที่น่าจับตามองมาก


UX Pin

ราคา 600 บาท/เดือน
– ใช้ได้ Window และ Mac

UX Pin หลังจากได้ลองเล่นได้สักพักก็รู้สึกได้ถึงความใช้งานยากพอสมควร ด้วยหน้าตาของโปรแกรมเป็นสีขาวโพลนทั้งหมด ยากต่อการโฟกัสจุดในการทำงานเป็นอย่างมาก

UX UI

ในส่วนของ Artboards ก็ซับซ้อนไม่สามารถสร้างใน Page เดียวกันได้ ความเร็วของโปรแกรมอยู้ในระดับกลางถึงช้าและยังมี Bug ในบางจุด ความสามารถของโปรแกรมเหมือนรวม Sketcp และ Figma เข้าด้วยกัน เลยทำให้เครื่องมือดูเยอะมาก แต่หยิบใช้ได้ไม่สะดวก

ลองเล่นโปรแกรมได้สักพักต้องขอบอกเลยว่ายังไม่สามารถสู้กับโปรแกรม Sketch App และ Adobe XD ได้เลย อาจจะต้องปรับปรุงอีกพอสมควรถึงมอบความคุ้มค่าให้กับผู้ใช้งานได้


ทั้ง 5 โปรแกรมที่กล่าวมาล้วนมีความสามารถที่ใกล้เคียงกัน เราเลยจะขอสรุปทีละประเด็นให้เพื่อนๆได้ชั่งน้ำหนักดูว่าควรจะใช้โปรแกรมตัวไหนดี

เรื่องราคาและความคุ้มค่า

ฟีเจอร์ที่สำคัญ (ขอยกมาแค่ 3 โปรแกรม)

ทุกโปรแกรมมที่กล่าวมามีความสามารถที่ใกล้เคียงกัน สุดท้ายแล้วอยู่ที่นักออกแบบเองว่าจะเลือกใช้โปรแกรมไหนในการสร้างสรรค์งานให้ออกมาให้ดีที่สุด การเลือกใช้โปรแกรมก็เหมือนกับการเดินทางจะไปไหนไหนจะขับรถอะไรไป สุดท้ายจุดหมายก็เหมือนกันก็คืองานที่สมบูรณ์สวยงาม